ประกันรถยนต์สำหรับรถเช่า vs รถส่วนตัวใช้ทำงาน: เลือกแบบไหนให้เหมาะสม

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1768558119060 1768558119060

(เครดิตรูปภาพ: freepik)


หนึ่งในความเข้าใจผิดที่สร้างปัญหามากที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ คือการเข้าใจว่า "ประกันชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณี" ความจริงแล้วเงื่อนไขสำคัญที่ระบุอยู่ในกรมธรรม์คือ "ลักษณะการใช้งาน" (Usage Code) หากระบุลักษณะการใช้งานผิดประเภท เมื่อเกิดเหตุบริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธความคุ้มครองทันที

บทความนี้จะแยกความแตกต่างระหว่าง "รถส่วนตัวที่ใช้ทำงานทั่วไป" กับ "รถเช่าหรือรถรับจ้างสาธารณะ" เพื่อให้เลือกประกันได้ถูกต้องและไม่เสียเงินฟรี

1. รถส่วนตัว (Personal Use) ครอบคลุมแค่ไหน?

โดยทั่วไป ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+) จะระบุ รหัสลักษณะการใช้งาน 110 (รถยนต์นั่งส่วนบุคคล)

  • ครอบคลุม: การขับรถไปทำงานที่ออฟฟิศ, การขับไปพบลูกค้า, หรือการเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัว
  • ไม่ครอบคลุม: การนำรถไป "รับจ้าง" หรือ "ให้เช่า"

จุดที่ต้องระวัง: หากนำรถส่วนตัวไปขับ Grab, Bolt หรือแอปพลิเคชันเรียกรถอื่น ๆ (Ride-hailing) โดยที่ยังใช้ประกันรหัส 110 เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างรับส่งผู้โดยสาร ประกันภาคสมัครใจมักจะไม่คุ้มครอง เพราะถือว่าเป็นการใช้รถเพื่อการพาณิชย์หรือรับจ้างสาธารณะ

2. รถใช้เพื่อการพาณิชย์และรถเช่า (Commercial & Rental Use)

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจรถเช่า หรือนำรถไปวิ่งงานขนส่ง/รับส่งผู้โดยสาร ต้องเลือกกรมธรรม์ที่รองรับ รหัสลักษณะการใช้งาน 320 (รถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์/รับจ้าง) หรือรหัสที่ใกล้เคียงตามประเภทรถ

กรณีรถเช่า (Car Rental Business):

เจ้าของธุรกิจรถเช่าต้องทำ "ประกันภัยรถยนต์สำหรับรถเช่า" โดยเฉพาะ ซึ่งเบี้ยประกันจะสูงกว่ารถบ้านทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่า คนขับเปลี่ยนหน้าบ่อย และไม่มีความคุ้นเคยกับตัวรถ

  • สิ่งที่ได้รับ: ความคุ้มครองตัวรถและบุคคลภายนอกตามปกติ แม้ผู้ขับขี่จะเป็นผู้เช่า (ที่ไม่ใช่เจ้าของรถ)

กรณีรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing):

ปัจจุบันบริษัทประกันภัยหลายแห่งเริ่มมี "ประกันรถยนต์สำหรับรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน" โดยเฉพาะ หรือเป็นกรมธรรม์แบบ Add-on ที่ซื้อเพิ่มจากประกันปกติ เพื่อปิดช่องโหว่เรื่องการใช้รถผิดประเภท

วิธีตรวจสอบกรมธรรม์ด้วยตัวเอง

ให้หยิบตารางกรมธรรม์ปัจจุบันมาดูที่ช่อง "รหัสลักษณะการใช้งาน" (Usage Code)

  • ถ้าเป็น 110: ใช้ขับส่วนตัวได้เท่านั้น
  • ถ้าเป็น 320 หรือ 210 (สำหรับรถกระบะบรรทุก): ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือรับจ้างได้
บทสรุป

การเลือกประกันผิดประเภทอาจช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ในตอนแรก แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่คุ้มเสีย หากรถของคุณถูกนำไปใช้เพื่อหารายได้ (รับจ้าง หรือ ให้เช่า) จำเป็นต้องแจ้งบริษัทประกันและเปลี่ยนประเภทกรมธรรม์ให้ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทรัพย์สินจะได้รับความคุ้มครองอย่างแท้จริง

อ้างอิงข้อมูล:
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.): คู่มือการตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (www.oic.or.th)
  • สมาคมประกันวินาศภัยไทย: การจำแนกรหัสลักษณะการใช้รถยนต์

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น