เตรียมเอกสารขายรถมือสอง: Checklist ครบถ้วนไม่พลาดทุกขั้นตอน (อัปเดต 2026)

เผยแพร่โดย เมื่อ

Editors%2 Fimages%2 F1768449144847 1768449144847

(เครดิตรูปภาพ: freepik)


การขายรถยนต์ไม่ได้จบแค่การส่งมอบกุญแจและรับเงิน ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ "งานเอกสาร" หากเอกสารไม่ครบหรือเซ็นผิด การโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกจะไม่สามารถทำได้ และอาจสร้างปัญหาทางกฎหมายให้ผู้ขายในภายหลัง หากผู้ซื้อนำรถไปทำผิดกฎจราจรโดยที่ชื่อเจ้าของรถยังเป็นคุณอยู่

เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย นี่คือรายการเอกสารที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมก่อนขายรถ

1. เอกสารสำคัญสำหรับผู้ขาย (บุคคลธรรมดา)

หากคุณเป็นเจ้าของรถที่มีชื่อในเล่มทะเบียน และต้องการขายรถด้วยตนเอง ต้องเตรียมเอกสารดังนี้:

ก. คู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนสีฟ้า)

  • เงื่อนไข: ต้องใช้ "เล่มจริง" เท่านั้น (สำเนาใช้ไม่ได้)
  • ข้อควรระวัง: ตรวจสอบชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ล่าสุดให้ตรงกับบัตรประชาชนของคุณ หากเล่มสูญหาย ต้องไปแจ้งความและขอทำเล่มใหม่ที่ขนส่งก่อน

ข. บัตรประจำตัวประชาชน

  • เงื่อนไข: เตรียมสำเนา 2 ฉบับ
  • ความถูกต้อง: บัตรต้องยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ทำการโอน
  • การเซ็นรับรอง: ให้เซ็นชื่อและขีดคร่อม ระบุข้อความชัดเจนว่า "ใช้สำหรับดำเนินการขายและโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ทะเบียน [เลขทะเบียน] เท่านั้น" เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำไปใช้

ค. สำเนาทะเบียนบ้าน

  • เงื่อนไข: เตรียมสำเนา 2 ฉบับ
  • หมายเหตุ: แม้ปัจจุบันกรมการขนส่งฯ จะเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน Smart Card แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่หรือผู้ซื้อยังนิยมขอสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันที่อยู่ให้ชัดเจน จึงควรเตรียมไว้เสมอ

ง. แบบฟอร์มของกรมการขนส่งทางบก

สามารถขอได้ที่สำนักงานขนส่ง หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์

  1. แบบคำขอโอนและรับโอน: ต้องเซ็นชื่อทั้งช่อง "ผู้โอน" (ตัวคุณ) และ "ผู้รับโอน" (ผู้ซื้อ)
  2. หนังสือมอบอำนาจ: จำเป็นมากหากคุณไม่ได้ไปดำเนินการโอนที่ขนส่งด้วยตัวเอง (โอนลอย) ต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาทให้เรียบร้อย

จ. สัญญาซื้อขายรถยนต์

  • เงื่อนไข: เตรียม 2 ฉบับ (ผู้ซื้อเก็บ 1 ฉบับ, ผู้ขายเก็บ 1 ฉบับ)
  • ความสำคัญ: เป็นเกราะป้องกันตัวทางกฎหมาย ระบุวันที่และเวลาที่ส่งมอบรถให้ชัดเจน หากเกิดอุบัติเหตุหรือใบสั่งหลังจากเวลานี้ จะได้ใช้ยืนยันว่ารถไม่ได้อยู่ในความครอบครองของคุณแล้ว
2. เอกสารเพิ่มเติม (กรณีพิเศษ)

กรณีรถยังติดไฟแนนซ์

หากคุณยังผ่อนรถไม่หมด คุณจะไม่มีเล่มทะเบียนตัวจริง

  • สิ่งที่ต้องทำ: ติดต่อธนาคารเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพื่อขอทราบยอดปิดบัญชี หรือทำเรื่อง "โอนสิทธิ์สัญญาเช่าซื้อ" (เปลี่ยนสัญญา)
  • คำเตือน: ห้ามขายรถโดยพลการโดยไม่แจ้งไฟแนนซ์ เพราะจะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์

กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล

หากชื่อในบัตรประชาชนปัจจุบัน ไม่ตรงกับชื่อในเล่มทะเบียน

  • เอกสารที่ต้องใช้: สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ใบ ช.3) แนบมาด้วย

กรณีผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ

  • เอกสารที่ต้องใช้: สำเนา Passport (หน้าแรกและหน้าวีซ่า) และ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence) จากตม. หรือสถานทูต หรือใช้ Work Permit ตัวจริงพร้อมสำเนา
3. สิ่งที่ต้องเช็คก่อนส่งมอบเอกสาร
  1. ภาษีรถยนต์ประจำปี: ดูป้ายวงกลมหน้ารถว่าขาดต่อหรือไม่ หากภาษีขาด การโอนจะไม่ผ่าน ต้องไปชำระภาษีคงค้างพร้อมค่าปรับที่ขนส่งก่อน (หากขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนจะถูกระงับ)
  2. ลายเซ็น: ลายเซ็นในเอกสารโอน หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชน ต้อง "เหมือนกัน" ทุกจุด
บทสรุป

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและช่วยให้ปิดการขายได้ไวขึ้น ที่สำคัญคือช่วยป้องกันปัญหา "โอนไม่ผ่าน" ที่จะทำให้คุณเสียเวลาในภายหลัง

ไม่อยากปวดหัวเรื่องเอกสาร? ถ้าคุณกังวลว่าจะกรอกผิด หรือกลัวปัญหาเรื่องการโอน ลองใช้บริการขายรถกับ Motorist Thailand เรามีทีมงานมืออาชีพและดีลเลอร์พันธมิตรที่พร้อมจัดการเรื่องเอกสารสัญญา และการโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณทุกขั้นตอน มั่นใจได้ว่าถูกต้องตามกฎหมาย 100%

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference Sources)
  1. การโอนรถและแบบฟอร์ม: กรมการขนส่งทางบก (DLT)
  2. ตัวอย่างสัญญาซื้อขาย: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!

อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง


ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…

0 ความคิดเห็น