
(เครดิตรูปภาพ: Allianz Ayudhya)
สำหรับผู้ใช้รถทุกคน คำว่า "พ.ร.บ." เป็นคำที่ได้ยินกันจนคุ้นหู โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาต้องต่อภาษีรถยนต์ประจำปี อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่จำนวนมากยังคงสับสนระหว่าง พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์ทั่วไป (ชั้น 1, 2+, 3+) ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องมีทั้งสองอย่าง บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจน
1. พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร?
"พ.ร.บ." ย่อมาจาก "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ" เป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่มี พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และที่สำคัญคือจะไม่สามารถนำรถไปต่อภาษีประจำปีได้
วัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. คือการให้ความคุ้มครองและเยียวยา "คน" ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก (เช่น คนเดินเท้า) โดยไม่สนใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที
ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. (อัปเดตล่าสุด) พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อร่างกายและชีวิต ไม่คุ้มครองทรัพย์สินหรือตัวรถยนต์ โดยแบ่งวงเงินคุ้มครองเป็น 2 ส่วน ดังนี้:
-
ค่าเสียหายเบื้องต้น (ได้รับทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด):
- ค่ารักษาพยาบาลตามจริง: สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท/คน
- กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะ: 35,000 บาท/คน
- (หากได้รับทั้งสองกรณีรวมกันไม่เกิน 65,000 บาท)
-
ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด (สำหรับฝ่ายถูก หลังพิสูจน์ความผิดแล้ว):
- ค่ารักษาพยาบาลตามจริง: สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท/คน
- กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง: 500,000 บาท/คน
- กรณีสูญเสียอวัยวะ: 200,000 - 500,000 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับความรุนแรง)
- ค่าชดเชยรายวัน (กรณีเป็นผู้ป่วยใน): 200 บาท/วัน (สูงสุด 20 วัน)
2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คืออะไร?
ประกันภัยภาคสมัครใจ คือประกันประเภท ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 3+ หรือ ชั้น 3 ที่เราเลือกซื้อเพิ่มเองจากบริษัทประกันภัย กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ แต่มีความสำคัญอย่างมากในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน
3. ความแตกต่างสำคัญระหว่าง พ.ร.บ. และ ประกันภาคสมัครใจ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้:
- ความจำเป็นทางกฎหมาย:
- พ.ร.บ.: "ต้องทำ" (ภาคบังคับ) ไม่มีไม่ได้ ผิดกฎหมายและต่อภาษีไม่ได้
- ประกันสมัครใจ: "ควรทำ" (ทางเลือก) ทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ผิดกฎหมาย
- สิ่งที่คุ้มครอง:
- พ.ร.บ.: คุ้มครองเฉพาะ "คน" (ชีวิตและค่ารักษาพยาบาล) ไม่ซ่อมรถเรา ไม่ซ่อมรถคู่กรณี
- ประกันสมัครใจ: คุ้มครองทั้ง "คน" (ส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ.) และ "ทรัพย์สิน" (ซ่อมรถเรา ซ่อมรถคู่กรณี รวมถึงทรัพย์สินภายนอกอื่นๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
- วงเงินความคุ้มครอง:
- พ.ร.บ.: มีวงเงินจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น ค่ารักษาไม่เกิน 80,000 บาทสำหรับฝ่ายถูก) ซึ่งอาจไม่เพียงพอหากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
- ประกันสมัครใจ: มีวงเงินสูงกว่ามาก (หลักแสนถึงหลักล้านบาท) ช่วยรับภาระส่วนเกินจาก พ.ร.บ.
สรุป
พ.ร.บ. คือสวัสดิการพื้นฐานที่กฎหมายบังคับเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่เจ็บจากรถจะมีเงินรักษา แต่ลำพังเพียง พ.ร.บ. อาจไม่เพียงพอในยุคปัจจุบันที่ค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถสูงมาก การมี ประกันภัยภาคสมัครใจ ควบคู่กันจึงเป็นการสร้างความอุ่นใจที่สมบูรณ์กว่า เพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แหล่งอ้างอิงข้อมูล (References):
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) - OIC: ข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและอัตราค่าสินไหมทดแทน
- บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด: รายละเอียด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และขั้นตอนการเบิกจ่าย
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
อ่านเพิ่มเติม: รับซื้อรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ให้ราคาสูง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…